Make your own free website on Tripod.com
www.thaimohabbat.com ภูมิใจเสนอ มุมบทความของ (ไทย) "โมฮับบะเทน">>>(Mohabbarticles)<<<
กลับไปหน้าแรก หน้ารวมบทความ บทความหรืองานที่สมาชิกส่งมา ส่งบทความของท่าน ข้อแนะนำเกี่ยวกับบทความ ******* **** ** *
*ข้อมูลทั่วไปของบทความ*******************
ชื่อ ผู้เขียน: Mr. "โมฮับบะเทน"
ชื่อเรื่อง: อนิล กาปู้ร์ (Anil Kapoor)
เนื้อหาโดยสรุป: ประวัติของ อนิล กาปู้ร์ (Anil Kapoor)
Email ถึงผู้เขียน ที่: thaimohabbat@hotmail.com
วันที่ลงพิมพ์ครั้งแรก:สิงหาคม พ.ศ. 2546
ลงพิมพ์ที่:Mohabbarticles
ประวัติการพิมพ์ซ้ำบทความนี้:ยังไม่ได้รับการแจ้ง
Mohabbarticles
*ข้อตกลงในการตีพิมพ์ซ้ำหรือใช้ประโยชน์จากบทความ*********
1.ใช้ใน อินเตอร์เน็ต (เช่น ชมรม เป็นต้น (ห้ามนำไปใช้ในเชิงการค้า))
1.1.ให้เกียรติ ผู้เขียน โดย ระบุชื่อ และ ระบุที่มาว่ามาจาก
มุม Mohabbarticles ของ (ไทย) "โมฮับบะเทน"

1.2.ทำ Link มาที่ http://www.thaimohabbat.com ด้วยครับ
1.3.แจ้งการนำไปใช้ที่ thaimohabbat@hotmail.com
2. ใช้พิมพ์เผยแผ่ในสื่อสิ่งพิมพ์ และการเผยแผ่ในรูปแบบอื่น
2.1ให้ Scan ภาพหน้า ปก ของสิ่งพิมพ์นั้น และส่งEmail มาที่
thaimohabbat@hotmail.com พร้อมที่อยู่ทางไปรษณีย์
ของสิ่งพิมพ์ หรือ องค์กร เพื่อประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์

2.2 การพิมพ์เผยแผ่ในสื่อสิ่งพิมพ์ และการเผยแผ่ในรูปแบบอื่น
กรุณาระบุข้อความดังที่ปรากฎในข้อ 1.1, 1.2 และ 1.3 ด้วยครับ

.......
อนิล กาปู้ร์(Anil Kapoor)

............ชื่อของ อนิล กาปู้ร์ (Anil Kapoor) มีความหมายอีกอย่างหนึ่งว่า ศิลปะในการเอาตัวรอด อีกด้วย เขาเป็นคนที่ฉลาดในการปรับปรุงบทบาทการแสดงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นผลให้เขาสามารถรั้งตำแหน่งในอันดับสุดยอดดาราในวงการBollywood ได้อย่างสบาย

............ ด้วยความตั้งใจในการเข้าสู่วงการมายา อนิล กาปู้ร์ไม่ได้นอนตีพุงอยู่กับบ้าน ด้วยความมั่นใจ และมุ่งมั่น ในที่สุดเขาก็ได้รับบทเล็กๆ ในหนังเรื่อง Shakti(เข้าฉายเมื่อปี 1982) แต่เขากลับเชื่อว่า มันเป็นหนังของ 3 ดาราผู้ยิ่งใหญ่ ที่ได้มาแสดงด้วยกัน คือ ดาราในยุคอดีต ดิลิป กุมาร(Dilip Kumar) ดาราในยุคปัจจุบัน(ในตอนนั้น) อมิต้าบ บาจจาน (Amitab Bachchan) และ ดาราสำหรับห้วงเวลาในอนาคต นั่นก็คือตัวเขานั่นเอง หากจะว่าไปแล้ว อนิล กาปู้ร์ คนนี้ได้ดีเพราะมีจิตวิทยาในเรื่องความเชื่อมั่นอันดีเยี่ยมนั่นเองครับ ถึงแม้ว่าในตอนนั้น เขายังไม่มีความมั่นใจอันใดในถนนสายนี้เลยก็ตาม

............ ถึงแม้ว่า อนิล กาปู้ร์ จะ เริ่มแสดงหนังมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2522 (ค.ศ.1979) ก็ตามที แต่ก็ไม่ได้มีส่วนมากมายอะไรนักในความมีชื่อเสียงของเขา จนเมื่อมาถึงปี พ.ศ. 2526 (ค.ศ.1983) พี่ชายคนโตของเขา บอนนี่ กาปู้ร์ (Boney Kapoor) ได้สร้างหนังเรื่องหนึ่งขึ้นมา ชื่อ 'Woh Saat Din' และได้มอบบท นักดนตรีในเมืองเล็ก ที่แสนจะธรรมดาให้กับเขา ปรากฎว่าหนังเกิดดังขึ้นมา จุดนี้ล่ะครับที่ทำให้ฝันในการเป็นดาราดังของเขาได้สัมฤทธิ์ผลเสียที หากนับจากระยะเวลาที่รอคอยแล้ว ก็ ประมาณ 4 ปีเลยทีเดียวครับนับจากกการแสดงหนังเรื่องแรก

............ จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น อนิล กาปู้ร์ก็เริ่มประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้น จากหนังเรื่องต่อ ต่อ มา เช่น Saheb เมื่อปีพ.ศ. 2527 (ค.ศ.1984), Meri Jung เมื่อปีพ.ศ. 2528 (ค.ศ.1985), Karma เมื่อปีพ.ศ. 2528 (ค.ศ.1985) ซึ่งเส้นทางนี้เริ่มจะเป็นตัวยืนยันว่า อนิลเริ่มเข้าไปในหัวใจของนักดูหนังชาวภารตะในฐานะ ดารายอดนิยมนั่นเอง ประกอบกับในช่วงปี พ.ศ.2531-2533 (ค.ศ.1988 - 1990) นั้น หนัง อีก 2 เรื่อง คือ Ram Lakhan และ Parinda ฮิตและเป็นที่กล่าวขวัญถึงเป็นวงกว้าง ทำให้หลายคนเริ่มคิดว่าเขาคือ ทายาท ผู้สืบทอด ตำแหน่ง ราชาแห่ง Bollywood ต่อจาก อมิต้าบ บาจจาน ในเวลาอันใกล้นี้

............ แต่เป็นเพราะตำแหน่งนี้ต้องเป็นของคนอีกคนหนึ่งซึ่งเราจะกล่าวถึงกันต่อไป อนิล กาปู้ร์กลับตกลงไปในหลุมพลางแห่งวงการหนัง นั่นก็คือ การแสดงบทบาทซ้ำ ซ้ำ มากจนเกินไป ทำให้ ผู้ที่ติดตามของเขาเริ่มจะถอยห่างออกไป และเมื่อมาบรรจบเข้ากับการที่หนังเรื่อง Lamhe ในปีพ.ศ. 2534 (ค.ศ.1991) ประสบความล้มเหลว และตามมาด้วย หนังของเขาเอง ที่ชื่อว่า Roop Ki Rani Choron Ka Raja ในปีพ.ศ. 2536 (ค.ศ.1993) ก็มาล้มเหลวลงอีก นั่นจึงเป็นสัญญาณให้ทุกคนรู้ว่า ตำแหน่งราชาแห่งวงการ Bollywood จะไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป และนี่ล่ะครับ นับจาก นั้นมา ทศวรรษที่ 90 จึงได้เปลี่ยนมือมาเป็นของ ราชา Bollywood คนปัจจุบัน นั่นก็คือ SRK หรือ ชาฮ์ รุคฮ์ ข่าน ดาราขวัญใจของเราท่านนั่นเอง ครับซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่ SRK เข้าวงการพอดีและเริ่มมีงานเด่น เด่น ออกมา ครับ

............ อย่างไรก็ตาม อนิล กาปู้ร์ ก็สามารถจัดการกับชื่อเสียงและสถานะของเขาได้เป็นอย่างดี ด้วยการใช้สูตรสำเร็จที่ได้ช่วยเขามาตั้งแต่ตอนเริ่มต้นอาชีพการแสดงนั่นก็คือ การร่วมแสดงในหนังโดยรับบทรองลงมา โดยให้ความสำคัญของตัวบทกับนักแสดงหญิงนั่นเอง ดังที่ปรากฎในหนัง เช่น Mr. India, Lamhe, Beta และ Hum Aapke Dil Mein Rehte Hain หรือแม้แต่ในบางครั้ง เขาก็ยอมรับบทรอง ให้กับเพื่อนนักแสดงชาย ด้วยเหมือนกัน เช่น ในหนังเรื่อง Trimurti เขาอดทนและเฝ้ารอมานานพอควรจนใน ปี พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) เขาก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากหนังเรื่อง Viraasat

............ นอกจากนี้ หลายคนยังเห็นว่า การที่ เขาร่วแสดงหนังใน หนัง 3 เรื่อง ที่ไม่ได้มีบทเด่นอะไรนัก นั้น เช่น Biwi No. 1, Mann และ Taal ถือเป็นการฆ่าตัวตายในวงการหนัง แต่ อย่างที่เราเห็นกันอยู่ อนิล กาปู้ร์ เป็นเหมือนแมวเก้าชีวิตครับ เพราะท้ายที่สุดเขาก็ได้ รางวัล จาก งานเทศกาลหนัง ใน ตำแหน่ง นักแสดงสมทบยอดเยี่ยม มาครองจนได้ จาก หนังเรื่อง Taal นั่นเอง

............ ด้วยจิตวิญญาณอห่งมืออาชีพ อนิล กาปู้ร์จึงถือว่าเป็น ดาราอมตะที่ไม่มีวันล้มหายตายจากไปจากวงการ Bollywood เขารู้ที่จะรุกเมื่อเวลามาถึง และรู้ที่จะถอยเมื่อถึงเวลา....นำเสนอ โดย Mr."โมฮับบะเทน"


(ไทย) "โมฮับบะเทน" ขอขอบคุณ แหล่งที่มาของข้อมูล ทุกแห่ง มา ณ. ที่นี้
เข้าชมรายชื่อแหล่งที่มาของข้อมูล....ที่นี่